ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
คืออุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ที่เห็นกันทั่วไป
คอมพิวเตอร์มีส่วนประกอบหลักๆ คือ จอภาพ หน่วยประมวลผลกลาง แป้นพิมพ์ เมาส์ และเครื่องขับแผ่นดิสก์ ส่วนอุปกรณ์อื่น ๆ อาจนำมาประกอบเพิมเติม เช่น ซีดีรอมไดรฟ์ สำหรับใช้งานด้านสื่อประสม หรือ มัลติมีเดีย (Multimedia) โมเด็ม (Modem) ใช้สำหรับต่อเชื่อมเข้ากับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นเป็นระบบเครือข่ายที่เรารู้จักกันในชื่ออินเทอร์เน็ต
ส่วนประกอบหลัก ๆ ของคอมพิวเตอร์ มีดังนี้
1. เคส (Case) คือ ส่วนที่บรรจุอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น ฮาร์ดดิสก์ หน่วยความจำหน่วยประมวลผล เคสมีทั้งแบบแนวนอนและแนนตั้ง
2. แผงวงจรหลัก (Mainboard) ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วนกัน เช่น ฮาร์ดดิสก์ ฟล็อปปี้ดิสก์ หน่วยความจำ
หน่วยประมวลผลกลาง ฯลฯ
3. ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลและโปรแกรม ภายในจะมีข้อมูลและโปรแกรมต่างๆ บรรจุอยู่
4. เครื่องขับคอมแพคดิสก์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้อ่านข้อมูลบนแผ่นซีดี มีความสามารถเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก
5. แรม ( RAM )เป็นหน่วยความจำหลัก (Main Memory) เป็นอุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลและโปรแกรมขณะที่คอมพิวเตอร์กำลังทำการประมวลผล
6. หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ และทำการประมวลผลข้อมูล
7. เครื่องขับดิสก์ (Disk Drive) เป็นอุปกรณ์สำหรับอ่านและเขียนข้อมูลลงบนแผ่นดิสก์ มีขนาด 3.5 นิ้ว
8. แป้นพิมพ์ (Keyboard) ทำหน้าที่รับข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์
9. เมาส์ (Mouse) ทำหน้าที่ชี้ส่วนต่างๆบนจอภาพ และเรียกโปรแกรมโดยการใช้เมาส์คลิกที่สัญรูปภาพ และเรียกโปรแกรมโดยการใช้เมาร์คลิกที่สัญรูป (Icon) ที่เป็นตัวแทนของโปรแกรมที่ต้องการ
10. จอภาพ (Monitor) ทำหน้าที่แสดงผลการประมวลในรูปของภาพ หรือข้อความ
เลเซอร์ปริ้นเตอร์ เครื่องพิมพ์แบบเข็ม (Dot Matrix) เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก (Inkjet)
11. เครื่องพิมพ์ (Printer) เป็นอุปกรณ์หน่วยแสดงผลโดยการพิมพ์ข้อมูลออกเป็นตัวอักษร ตัวเลข และ รูปภาพ
12. ลำโพง (Speaker) เป็นอุปกรณ์หน่วยแสดงผลในรูปของเสียง เช่น เสียงพูดเสียงดนตรี มีในคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบมัลติมี (Multimedia)
|
วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2555
มะยม
กลุ่มยารักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน กลากเกลื้อน
| |
มะยม
| |
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Phyllanthus acidus (L.) Skeels
| |
ชื่อสามัญ : Star Gooseberry
| |
วงศ์ : Euphorbiaceae
| |
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ 3 – 10 เมตร ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขาบริเวณปลายยอด กิ่งก้านจะเปราะและแตกง่าย เปลือกต้นขรุขระสีเทาปนน้ำตาล ใบ เป็นใบรวม มีใบย่อยออกเรียงแบบสลับกันเป็น 2 แถว แต่ละก้านมีใบย่อย 20 – 30 คู่ ใบรูปขอบขนานกลมหรือค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนปลายใบแหลม ฐานใบกลมหรือมน ขอบใบเรียบ ดอก ออกเป็นช่อตามกิ่ง ดอกย่อยสีเหลืองอมน้ำตาลเรื่อๆ ผล เมื่ออ่อนสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือขาวแกมเหลือง เนื้อฉ่ำน้ำ เมล็ดรูปร่างกลม แข็ง สีน้ำตาลอ่อน 1 เมล็ด
| |
ส่วนที่ใช้ : ใบตัวผู้ ผลตัวเมีย รากตัวผู้
สรรพคุณ :
วิธีและปริมาณที่ใช้ : ใช้ใบตัวผู้ หรือรากตัวผู้ ต้มน้ำดื่ม
สารเคมี |
ลักษณะทั่วไป
มะยมเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ 3–10 เมตร ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขาบริเวณ ปลายยอด กิ่งก้านจะเปราะและแตกง่าย เปลือกต้นขรุขระสีเทาปนน้ำตาล ใบ เป็นใบรวม มีใบย่อยออกเรียงแบบ สลับกันเป็น 2 แถว แต่ละก้านมีใบย่อย 20–30 คู่ ใบรูปขอบขนานกลมหรือค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ปลายใบแหลม ฐานใบกลมหรือมน ขอบใบเรียบ ดอก ออกเป็นช่อตามกิ่ง ดอกย่อยสีเหลืองอมน้ำตาลเรื่อๆ ผล เมื่อ อ่อนสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือขาวแกมเหลือง เนื้อฉ่ำน้ำ เมล็ดรูปร่างกลม แข็ง สีน้ำตาลอ่อน 1 เมล็ดการปลูก
มะยมเป็นพันธุ์ไม้กลางแจ้ง เจริญเติบโตได้ดีทั้งที่แดดจัด หรือในที่ร่มรำไร ปลูกขึ้นได้ดีในดินที่ร่วนซุย มีความชื้นพอเหมาะ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดสรรพคุณทางยา
- ราก รสจืด สรรพคุณแก้โรคผิวหนัง แก้ผดผื่นคัน ช่วยซับน้ำเหลืองให้แห้ง แก้ประดง ดับพิษเสมหะ
- เปลือกต้น รสจืด สรรพคุณแก้ไข้ทับระดู ระดูทับไข้ และแก้เม็ดผดผื่นคัน
- ใบ รสจืดมัน ปรุงเป็นส่วนประของยาเขียว สรรพคุณแก้ไข้ ดับพิษไข้ บำรุงประสาท ต้มร่วมกับใบหมากผู้หมากเมียและใบมะเฟืองอาบแก้คัน ไข้หัด เหือด และสุกใส
- ดอก ดอกสดใช้ต้มกรองเอาน้ำแก้โรคในตา ชำระล้างในตา
- ผล รสเปรี้ยวสุขุม กัดเสมหะ แก้ไอ บำรุงโลหิต และระบายท้อง
คติความเชื่อ
ตามตำราพรหมชาติฉบับหลวง กล่าวว่ามะยมเป็นต้นไม้ที่ควรปลูกไว้ทางทิศตะวันตก (ประจิม) เพื่อป้องกัน ความถ่อย ถ้อยความ และผีร้ายมิให้มากล้ำกราย ในบางตำราก็ว่า เป็นต้นไม้ที่มีชื่อเป็นมงคลนาม ปลูกแล้วผู้ คนจะได้นิยมเหมือนมี นะเมตตามหานิยม'ใบมะยม' ต้านเบาหวาน
ต้มดื่มลดน้ำตาล บำรุงตับ
สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานน้ำตาลในเลือดสูง วันนี้มีสูตรใบมะยมต้มใบเตยลดน้ำตาลในเลือดมาฝากกันซึ่งมีสรรพคุณทั้งต้านเบาหวานและบำรุงตับอ่อน
วิธีทำ ใช้ใบมะยมสด และรากเตยสดหรือแห้งก็ได้ ต้มรวมกัน แล้วใช้น้ำมาดื่มกิน ถ้าไม่มีรากเตย ก็ใช้ใบมะยมอย่างเดียว (ใส่มะตูมแห้งแบบเป็นแผ่นเพิ่มได้) เมื่อกินใบมะยมระยะแรก จะกระตุ้นตับอ่อนให้ผลิตน้ำตาลมากกว่าเดิมแต่ไม่เพลียไม่เหนื่อย ต่อไปเมื่อตับอ่อนแข็งแรงแล้ว ตับอ่อนจะทำงานของมันเองได้เต็มที่ โดยไม่ต้องพึ่งพาอินซูลินจากภายนอก แล้วตับอ่อนจะคุมน้ำตาลด้วยตัวของมันเองและใบมะยมจะกระตุ้นน้ำตาลให้ขึ้นไปเลี้ยงสมอง ถ้าต้มใบมะยม กินน้ำควรกินให้หมดภายในวันนั้น ก็จะได้โอสถสาร ต้มใบมะยมรวมกับรากใบเตยจะได้รากเตยมาช่วยฟื้นฟูตับอ่อนให้แข็งแรง
คนที่เป็นเบาหวานแต่อยากกินของหวาน ก็กินใบมะยมสด ๆ สัก 2-3 ก้าน (ก้านไม่ต้องกิน) ลงไปรองท้องก่อน เคี้ยวไม่ไหวก็ปั่นกินได้แล้วจึงกินของหวาน กากใยของใบมะยมจะช่วยดูดซับน้ำตาล ไม่ให้ดูดซึมเข้ากระแสเลือด และเมื่อกินของหวานแล้วก็กินน้ำสำรองตาม เพื่ออมกากใยไว้รอการขับถ่าย (ใบมะยมใช้กินสด ๆ จิ้มน้ำพริกได้, แกงเรียงใส่ใบมะยมได้)
| การขยายพันธุ์ : |
| ||||||||||||||
| ข้อดีของพันธุ์ไม้ : |
| ||||||||||||||
| ข้อแนะนำ : |
| ||||||||||||||
| ข้อมูลอื่นๆ : |
|
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)